ไทย
EN
“งานขาย” ถือเป็นสายงานที่มีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างมาก ทำให้ทุก ๆ ธุรกิจจำเป็นต้องเปิดรับสมัครงานด้านการขายอยู่ตลอด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Merchandiser นั่นเอง “Merchandiser” คือผู้บริหารผลิตภัณฑ์ มีหน้าที่ในการดูแลการจัดวางสินค้าในโชว์รูม และการติดต่อประสานงานกับลูกค้าเพื่อสร้างยอดขายนั่นเอง
คุณกัญจนา ดำรงค์ไชย ได้เล่าให้เราฟังถึงประสบการณ์การทำงานติดต่อธุรกิจกับต่างประเทศ ซึ่งต้องแข่งขันสูงและทุกอย่างแข่งขันกับเวลา การต่อรองเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำอย่างไรให้เราได้เปรียบเชิงการค้าและสานความสัมพันธ์ทางการค้าต่อไปในอนาคต การชิงไหวชิงพริบทางธุรกิจ คุณกัญจนา เคยทำงานในภาคเอกชน ชื่อบริษัท Tel – Dan ในตำแหน่ง Merchandiser ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงเป็นคนยิว สิ่งที่เธอสังเกตและได้เรียนรู้ เช่น การเจรจาต่อรองที่ทำให้ลูกค้าปฏิเสธได้ยาก ผู้บริหารท่านนนี้พูดกับเธอว่า “ประตูห้องทำงานของเขาเปิดอยู่ตลอดเวลา ไม่เข้าใจอะไรให้มาถาม แต่ถ้ามาถามในเรื่องเดิมมากกว่าสองครั้ง นั่นหมายถึงว่าคุณไม่ได้เรียนรู้จากสิ่งที่ผ่านมา” การที่เธอทำงานด้วยใจรักและสนุกกับงานที่ท้าทายในทุกๆวัน เธอได้เรียนรู้คนที่หลากหลาย การรับมือกับเหตุการณ์คับขันและต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าบ่อยครั้ง ต้องใช้ศิลปะการสื่อสารทั้งภาษาพูดและ ภาษาท่าทางทำให้ต้องฝึกฝนเรียนรู้ศิลปะในการเจรจาต่อรองอยู่เสมอ
มากกว่า 6 ปีกับการทำงานภาคเอกชน มีผลต่อสุขภาพทำให้ต้องเปลี่ยนใจมาทำงานราชการดูบ้าง แต่ยังคงเลือกงานที่ต้องติดต่อกับต่างประเทศ ประสบการณ์การทำงานด้านวิเทศสัมพันธ์ยาวนานเกือบ 10 ปี ใน สวทช. เธอต้องทำงานกับผู้บริหารที่เก่ง ซึ่งสอนให้เธอมีความละเอียดรอบคอบ และต้องพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เช่น กรณีที่ได้รับมอบหมายให้เป็นพิธีกรในงานประชุมวิชาการ เธอต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน สอนให้เธอสามารถฝึกฝนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีขึ้น ใส่ใจรายละเอียด เล็กๆน้อยๆ แต่สำคัญ เช่น การอ่านชื่อให้ถูกต้อง การเรียนรู้วัฒนธรรม หรือการทักทายในภาษาของคู่สนทนาได้บ้าง เพื่อแสดงถึงการให้เกียรติ หรือการเข้าใจวัฒนธรรมที่สำคัญ เช่น สถานการณ์และประวัติศาสตร์ต่างประเทศ เพื่อการทำความเข้าใจบริบท หรือหลีกเลี่ยงบทสนทนา หรือการกระทำที่ทำให้กระทบกับความสัมพันธ์ เหล่านี้หล่อหลอมให้มีความเป็นมืออาชีพ ฝึกฝนให้เธอสามารถการทำงานกับต่างประเทศอย่างได้อย่างเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น
การทำงานที่เป็นสากลได้ คนวิเทศสัมพันธ์จึงต้องมีคุณลักษณะสำคัญ เพื่อเป็นฐานความเข้มแข็งที่เริ่มจากตนเองก่อน เพื่อเป็นพลังในการปฏิบัติงานด้านวิเทศสัมพันธ์ให้กับองค์กร ต้องมีความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ข้ามวัฒนธรรม นั่นคือ คนวิเทศสัมพันธ์จำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์ด้วยความเข้าใจระบบของวัฒนธรรมที่หลากหลาย สามารถใช้และให้ประโยชน์กับผู้ที่สร้างความสัมพันธ์ด้วยอย่างน่าพอใจทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ยังต้องมีความสามารถในการเชื่อมโยงทิศทางความต้องการขององค์กรของตนให้สอดรับกับการสานสัมพันธ์กับคู่ความร่วมมือที่เหมาะสม ตามวิสัยทัศน์ และค่านิยมขององค์กร ทำงานเปรียบเสมือนนักการทูตขององค์กร จึงต้องมีภารกิจในการ เสริมสร้าง และปกป้องผลประโยชน์ขององค์กรด้วยการทำงานแบบก้าวไปข้างหน้า และประสานความเข้าใจ พร้อมๆกับความพยายามในการจัดการ ด้วยพลังสร้างสรรค์ แบ่งปัน และมุ่งผลสัมฤทธิในการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ การปฏิบัติงานของคนวิเทศสัมพันธ์จึงเสมือนการสร้างสะพานเชื่อมเครือข่าย เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง จนเกิดความแนบแน่นของเครือข่าย ดังนั้นคนวิเทศสัมพันธ์จึงเป็นบุคคลสำคัญในงานต่างประเทศขององค์กร
คุณกัญจนา ได้แสดงความคิดเห็นว่าผู้ปฏิบัติงานด้านวิเทศสัมพันธ์หรืองานต่างประเทศควรเป็นคนที่มีคุณลักษณะสำคัญคือ
1. ทักษะการเจรจาต่อรอง (Negotiation Skill)2. ต้องเรียนรู้ ฝึกฝน และปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ3. ศึกษาเรื่องวัฒนธรรม ความชอบ ใฝ่หาความรู้ เปิดรับข่าวสารใหม่ๆ4. ศึกษาผู้ที่เราต้องติดต่อประสานงานด้วย5. ทัศนคติ (Attitude)6. เก่งคน เก่งงาน
เธอทิ้งท้ายว่าควรทำตัวให้มีประโยชน์ หากมีใครขอให้เราช่วยทำงาน บางครั้งแม้ไม่ใช่ความรับผิดชอบโดยตรง แต่หากมีความสามารถและเวลาไปช่วยได้ ก็ยินดีช่วย อย่างน้อยก็ทำให้ได้เพื่อนเพิ่ม และเธอทำงานแบบตรงไปตรงมา ควรคิดถึงใจเขาใจเรา ถ้าไม่ชอบสิ่งใดก็ไม่ควรทำสิ่งนั้นกับผู้อื่น รู้หน้าที่และข้อจำกัดของตน ประสบการณ์การทำงานทำให้เธอทำงานสามารถแก้ปัญหาและจัดการกับสิ่งต่างๆได้ยอดเยี่ยมด้วยสัญชาตญาณของเธอ
คุณกัญจนา ดำรงค์ไชย : จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสาขาวิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาโท คณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ NIDA
ปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง นักวิเคราะห์ งานความร่วมมือระหว่างประเทศ ฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศและพัฒนาเครือข่าย สังกัด ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ