สุดยอดผลงานวิจัย: “ซีโอไลต์จากวัสดุพลอยได้อุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าและเหมืองแร่ คว้ารางวัลระดับชาติ ยกระดับเชื้อเพลิงชีวภาพจากชีวมวลเหลือทิ้ง”

ผลงานที่ได้รับรางวัล: “ซีโอไลต์จากวัสดุพลอยได้จากอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าและเหมืองแร่ เพื่อเป็นตัวเร่งปฏิกิริยามูลค่าสูงสำหรับปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิงชีวภาพจากชีวมวลเหลือทิ้ง” (Zeolite derived from Coal Power Plant by-products and Mining Industry as High Value Catalysts for Upgrading the Biofuels Quality from Biomass Waste)

นักวิจัยเจ้าของผลงาน: ดร.ดวงเดือน อาจองค์

ชื่อรางวัลและเกียรติยศที่ได้รับ: รางวัลการวิจัยแห่งชาติ รางวัลผลงานวิจัยระดับดีมาก สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย


หน่วยงานที่ให้รางวัลและเกียรติยศ: สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ผู้มอบ: สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี

พิธีมอบรางวัลและเกียรติยศ: “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2568 (Thailand Inventors’ Day 2025)

สถานที่: ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพมหานคร (วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568)

 ที่มาและความสำคัญของรางวัลและเกียรติยศ ดร.ดวงเดือน อาจองค์ หัวหน้าทีมวิจัยเซรามิกคะตะลิสต์และคาร์บอน (Ceramic Catalysts and Carbon Research Team) กลุ่มวิจัยเซรามิกส์และวัสดุก่อสร้าง (Ceramics and Construction Materials Research Group) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) เข้ารับพระราชทานเกียรติบัตรรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในรางวัลผลงานวิจัย ระดับดีมาก สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย ในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2568 (Thailand Inventors’ Day 2025) จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เขตบางนา กรุงเทพฯ

          รองศาสตราจารย์ ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ร่วมแสดงความยินดี กับดร.ดวงเดือน อาจองค์และทีมวิจัย โดยผลงานที่ได้รางวัลเป็นผลงานวิจัยเรื่อง “ซีโอไลต์จากวัสดุพลอยได้จากอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าและเหมืองแร่ เพื่อเป็นตัวเร่งปฏิกิริยามูลค่าสูงสำหรับปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิงชีวภาพจากชีวมวลเหลือทิ้ง” (Zeolite derived from Coal Power Plant by-products and Mining Industry as High Value Catalysts for Upgrading the Biofuels Quality from Biomass Waste) ซึ่งรางวัลผลงานวิจัยที่ได้รับรางวัลนี้ จะต้องเป็นผลงานจากนักวิจัยไทยที่ทำงานวิจัยทั้งในประเทศไทยหรือต่างประเทศ โดยแสดงแนวความคิด ความสำคัญและความจำเป็นของงานวิจัยในการแก้ปัญหา มีวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ชัดเจน แสดงให้เห็นถึงการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ของประเทศไทยทั้งในด้านวิชาการ ด้านประชาชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม และผลงานวิจัยต้องได้รับการเผยแพร่ในวารสารระดับชาติหรือระดับนานาชาติอย่างเป็นที่ประจักษ์

          ในปีงบประมาณ 2568 นี้ มีผู้เสนอผลงานพิจารณารางวัลกว่า 800 ผลงาน มีผลงานได้รับรางวัล รวมจำนวนทั้งสิ้น 180 รางวัล ประกอบด้วยรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ จำนวน 13 ท่าน รางวัลผลงานวิจัยจำนวน 53 รางวัล ใน 12 สาขาวิชาการ (โดยแบ่งเป็นรางวัลดีเด่น 1 รางวัล ระดับดีมาก 15 รางวัล และระดับดี 37 รางวัล) รางวัลวิทยานิพนธ์ จำนวน 52 รางวัล รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น จำนวน 62 รางวัล 

รายละเอียดโครงการ/ผลงานที่ได้รับรางวัลและเกียรติยศ


          ผลงานวิจัยเรื่อง “ซีโอไลต์จากวัสดุพลอยได้จากอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าและเหมืองแร่ เพื่อเป็นตัวเร่งปฏิกิริยามูลค่าสูงสำหรับปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิงชีวภาพจากชีวมวลเหลือทิ้ง” (Zeolite derived from Coal Power Plant by-products and Mining Industry as High Value Catalysts for Upgrading the Biofuels Quality from Biomass Waste) โดย ดร.ดวงเดือน อาจองค์ เป็นแนวคิดและการบูรณาการความรู้ด้านพลังงาน วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม วิศวกรรมและวัสดุศาสตร์ร่วมกัน เกิดเป็นโครงการวิจัยที่สามารถคว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประเภทรางวัลผลงานวิจัย รางวัลระดับดีมาก สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปี 2568 โดยผลงานนี้เป็นการพัฒนาซีโอไลต์มูลค่าสูงจากวัสดุพลอยได้เถ้าลอย หรือกากแร่ ได้แก่ซีโอไลต์ X และ ZSM-5 ที่มีรูพรุนไมโครพอร์ และ SBA-15 ที่มีรูพรุนเมโซพอร์ เพื่อใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิงชีวภาพจากการไพโรไลซิสกากชีวมวล โดยตัวเร่งปฏิกิริยาซีโอไลต์สามารถลดปริมาณออกซิเจนในน้ำมันชีวภาพให้น้อยกว่า 40% ได้ตามเป้าหมาย รวมทั้งลดปริมาณไนโตรเจนได้ดีและยังเพิ่มปริมาณสารประกอบไฮโดรคาร์บอนได้สูงสุดถึง 79-100% ซึ่งทำให้น้ำมันชีวภาพมีคุณสมบัติที่ดีขึ้น ซีโอไลต์ที่พัฒนาขึ้นนี้ มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับซีโอไลต์ที่ขายในท้องตลาดและสามารถรองรับการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันชีวภาพจากชีวมวลที่หลากหลาย มีความเป็นไปได้ที่จะขยายผลเชิงพาณิชย์ โดยการพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดซีโอไลต์จากเถ้าลอยนี้เป็นการเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือทิ้งให้กลายเป็นวัสดุที่มีมูลค่าสูง (Upcycling) เพื่อให้เกิดของเสียน้อยที่สุด (Zero-Waste) ตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศตามหลัก BCG economy

 

          นอกจากนี้ยังมีสิ่งสำคัญที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องคือการพัฒนาทั้งบุคคลากรวิจัย รวมถึงผลิตบัณฑิตในระดับปริญญาตรี โท เอกทั้งสิ้น 13 คน ผลงานวิชาการได้รับการอ้างอิงมากกว่า 540 ครั้ง จากวารสารวิชาการระดับนานาชาติ 15 ฉบับ มีการคุ้มครองอนุสิทธิบัตร 2 เรื่อง รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเอกชนเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจมูลค่า 29.7 ลบ. มีการต่อยอดการทำวิจัยกับภาครัฐ วช. บพข. และ วช.-กฟผ. รวมถึงเกิดความร่วมมือการวิจัยร่วมกันกับหน่วยงานต่างประเทศ ก่อให้เกิดการลงทุนด้านวิจัยเพิ่มขึ้น เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ก่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกจากชีวมวล ซึ่งนอกจากจะทำให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มีความมั่นคงทางพลังงานแล้วยังช่วยลดการเกิดมลภาวะจากก๊าซเรือนกระจก เป็นการพัฒนาตลอดห่วงโซ่ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ธุรกิจพลังงานชีวภาพสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน